ความเป็นมา
กระทรวงยุติธรรมได้มีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมขึ้น โดยสำนักงานกิจการยุติธรรมและได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณครั้งแรกตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2547 ต่อมาในปี 2553 ได้ถ่ายโอนงานกองทุนยุติธรรมจากสำนักงานกิจการยุติธรรมไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ ได้ออกระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2553 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้มีการสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ที่ได้รับความเดือนร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงผู้ที่กระทำการใด ๆ เพื่อปกป้อง คุ้มครอง หรือรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางกองทุนยุติธรรมมีการสนับสนุนเงิน หรือค่าใช้จ่ายจากกองทุนยุติธรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทั้งสิ้น 8 ประการ ได้แก่
1) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายในการวางเงินประกันการปล่อยชั่วคราว
2) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความว่าความในคดีอาญา คดีแพ่ง คดีปกครอง หรือการบังคับคดี
3) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายในการชำระค่าธรรมเนียมขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ในคดีแพ่งและคดีปกครอง
4) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการพิสูจน์ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมเอกสารค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินเผชิญสืบของศาล ค่าใช้จ่ายในการสอบแนวเขตรังวัดที่ดิน หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศหรือทางดาวเทียมและการอ่าน แปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายดังกล่าว
5) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นของผู้ขอรับการสนับสนุน ได้แก่ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
6) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อคุ้มครองช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัยจากการก่ออาชญากรรมหรือการป้องกันการถูกปองร้ายเพราะได้เข้าช่วยเหลือภารกิจของเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชน
7) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญา การกระทำโดยมิชอบทางปกครอง หรือการกระทำละเมิดในลักษณะที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือกลุ่มบุคคลตั้งแต่สิบรายขึ้นไปหรือที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
8) สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

ที่สำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาแล้วหลายสมัย จนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบันนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2557 นโยบายที่ 11 การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ข้อ 11.5 ได้กำหนดให้ต้องมีการส่งเสริมกองทุนยุติธรรม เพื่อคุ้มครองช่วยเหลือคนยากจนและผู้ด้อยโอกาส คุ้มครองผู้ถูกล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพ และในปีงบประมาณ 2556 ประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ (Country Strategy) จากการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าได้ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานระยะยาว 10-15 ปี เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Growth & Competitiveness) ด้วยการสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง ยั่งยืน เพื่อให้หลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Growth) และลดความเหลื่อมล้ำ (Inclusive Growth) ซึ่งประกอบด้วยแนวทางการดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับฐานะและมาตรฐานการดำรงชีวิตของทุกกลุ่ม เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ เร่งรัดปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ สิทธิ และเสรีภาพ การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพเกิดความคุ้มค่า กองทุนยุติธรรมก็เป็นแนวนโยบายอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้กับคนยากไร้ เดือนร้อนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ได้รับความยุติธรรม ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2557 ได้มีการลงนามความร่วมมือ “อำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” ในสังคม โดยมีนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานในพิธี ระหว่าง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย
1) กระทรวงมหาดไทย
2) สำนักนายกรัฐมนตรี
3) สำนักงานอัยการสูงสุด
4) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ
5) กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเสมอภาค ประกอบกับคณะกรรมการบริหารกองทุนยุติธรรมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา) เป็นประธานการประชุม ในครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 เห็นชอบการกระจายอำนาจ ในการพิจารณาคำขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรมทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้การจัดการกองทุนยุติธรรมมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล โดยให้อำนาจยุติธรรมจังหวัดและคณะอนุกรรมการกองทุนยุติธรรมประจำจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีอำนาจพิจารณาคำขอรับความช่วยเหลือได้ ภายในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อรายต่อกรณี

อย่างไรก็ตาม กองทุนยุติธรรมตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2553 มีงบประมาณที่จำกัด ประกอบกับไม่มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานทำให้กองทุนยุติธรรมไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนและให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่างทั่วถึง เสมอภาค และเป็นธรรมทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ดังนั้น สมควรกำหนดให้กองทุนยุติธรรมมีฐานะเป็น นิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน จึงได้ตราพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 ขึ้น โดยพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 มาตรา 5 ให้จัดตั้งกองทุนหนึ่งในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เรียกว่า “กองทุนยุติธรรม” มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน จึงได้มีการถ่ายโอนงานกองยุติธรรมจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมาสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ประกอบกับมาตรา 11 ให้จัดตั้งสำนักงานกองทุนยุติธรรมขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการให้กับกองทุน คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่คณะกรรมการแต่งตั้ง
ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนยุติธรรม ตรงตามเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือประชาชนผู้เดือนร้อน ยากไร้ ไม่ได้รับความเป็นธรรม สำนักงานกองทุนยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานกองทุนยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือเล่มนี้จะเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลือปะชาชนผู้ยากไร้ เดือดร้อน และไม่ได้รับความเป็นธรรมให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนยุติธรรม และนโยบายของกระทรวงยุติธรรมและรัฐบาลในอันที่จะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นประเทศและสังคมโดยรวมต่อไป


วัตถุประสงค์
1.2.1 เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558
1.2.2 ได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ประกาศหลักเกณฑ์และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง และนำมาประยุกต์ใช้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
1.2.3 เพื่อให้รู้ขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับคำขอ การทำรายงานความเห็น รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้อง
1.3 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.3.1 ได้รับความรู้และความเข้าใจในพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558
1.3.2 ได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และคำสั่งคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม และสามารถปฏิบัติงานภารกิจกองทุนยุติธรรมได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
1.3.3 ได้รู้ถึงขั้นตอนการปฏิบัติการเกี่ยวกับการรับคำขอ การทำรายงานความเห็น รวมถึงขั้นตอนปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นมืออาชีพ